เหตุผลที่ต้องใช้เหล็กมาตรฐาน มอก. ในการก่อสร้าง
ในช่วงวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา มีเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้น และเกิดความเสียหายกับคอนโดหรือสิ่งก่อสร้างมากมาย ทั้งเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เกิดความเสียหายแตกหัก หรือแแม้กระทั่งตึกที่กำลังก่อสร้าง เกิดการพังลงมาทั้งตึก ทำให้มีการพูดถึงความแข็งแรงของโครงสร้างหรือเหล็กและคอนกรีตที่ใช้ในการก่อสร้างที่อาจจะไม่ได้มาตรฐาน เพราะสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ควรสร้างด้วยวัสดุเหล็กที่ไม้มาตรฐาน มอก. ของไทย เพราะทำให้สิ่งก่อสร้างมีความแข็งแรงและสามารถทนต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่น แผ่นดินไหว ได้
โดยการเลือกใช้ เหล็กที่มีมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการก่อสร้าง เนื่องจากมีผลต่อ ความแข็งแรง ปลอดภัย และอายุการใช้งานของโครงสร้าง โดยมีเหตุผลหลักดังนี้
1. มั่นใจในคุณภาพและความแข็งแรง
– เหล็กที่ได้รับมาตรฐาน มอก. ผ่านการควบคุมคุณภาพทั้ง ส่วนผสม ความแข็งแรง และขนาด ตามที่กำหนด
– ป้องกันปัญหาเหล็กไม่ได้มาตรฐาน เช่น เปราะ หักง่าย หรือรับน้ำหนักไม่ไหว
2. เพิ่มความปลอดภัยในการก่อสร้าง
– โครงสร้างอาคารต้องรองรับน้ำหนักมหาศาล หากใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิด การทรุดตัว แตกร้าว หรือพังถล่ม
– มอก. กำหนดค่าความแข็งแรงที่แน่นอน ทำให้ลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุในงานก่อสร้าง
3. ความทนทาน และอายุการใช้งานยาวนาน
– เหล็กที่ผ่านมาตรฐาน มีความทนทานต่อการกัดกร่อนและแรงดึง มากกว่าเหล็กทั่วไป
– ลดโอกาสเกิดสนิม และการเสื่อมสภาพเร็ว ช่วยให้โครงสร้างอยู่ได้นาน
4. ได้มาตรฐานตามกฎหมาย โดยการก่อสร้างตึกสูงควรใช้เหล็กที่ได้มาตรฐาน มอก.
– งานก่อสร้างต้องเป็นไปตาม กฎหมายและข้อกำหนดทางวิศวกรรม
– หากใช้เหล็กที่ไม่มี มอก. อาจไม่ผ่านการตรวจสอบ และมีผลทางกฎหมาย
5. ลดต้นทุนในระยะยาว
– แม้ว่าเหล็ก มอก. อาจมีราคาสูงกว่าเหล็กทั่วไป แต่ คุ้มค่าในระยะยาว เพราะช่วยลดค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา
– ป้องกันปัญหาการพังของโครงสร้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงในอนาคต

มาตรฐาน มอก. ของเหล็กประเภทต่างๆ
1.เหล็กไวร์เมช หรือเหล็กตะแกรงเทพื้น
เหล็กตะแกรงไวร์เมช เป็นเหล็กตะแกรงสำหรับเพทื้น โดยเหล็กตะแกรงไวร์เมชควรมี มาตรฐาน มอก. ดังนี้
มาตรฐาน มอก. สำหรับเหล็กเส้นที่ใช้ทำไวร์เมช
– มอก.747-2531 : สำหรับลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีต,
– มอก.943-2533 : สำหรับลวดเหล็กกล้าข้ออ้อยดึงเย็นเสริมคอนกรีต
มาตรฐาน มอก.ของตะแกรงไวร์เมช
– มอก.737-2549 : สำหรับตะแกรงเหล็กกล้าเชื่อมติดเสริมคอนกรีต
ข้อมูลเพิ่มเติม : มาตรฐานมอก. ตะแกรงไวร์เมช
2. เหล็กเส้น
– มอก. 20-2559 : เหล็กเส้นกลม ควรได้รับมาตรฐาน คือ มาตรฐานเหล็กเส้นกลม มีชั้นคุณภาพคือ SR24
– มอก. 24-2559 : เหล็กเส้นข้ออ้อย ควรได้รับมาตรฐาน คือมาตรฐานเหล็กข้ออ้อย มีชั้นคุณภาพ SD30, SD40, และ SD50
3. มอก.107-2561, TIS276, ASTM A53, JIS G 3444, JIS G 3452, ASTM A500 : ท่อเหล็กกล้าคาร์บอน
4.มอก. 1227-2558 : เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (เช่น เหล็กเอชบีม, เหล็กไอบีม, เหล็กไวด์แฟรงค์, เหล็กฉาก, เหล็กรางน้ำ, เหล็กรูปตัวที)
5.มอก. 1228-2561: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น (เช่น เหล็กตัวซี)
6.มอก. 1479-2558 : เหล็กแผ่นม้วนรีดร้อน และเหล็กแผ่นรีดร้อนตัด
8.มอก. 138-2562 : ลวดผูกเหล็ก
ที่มาของข้อมูล: www.tisi.go.th

ในการก่อสร้าง ทุกครั้งควรเลือกเหล็กที่มีมาตรฐาน มอก. รับรอง เพื่อความปลอดภัย แข็งแรง และคุ้มค่า สำหรับงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นอาคาร บ้านเรือน หรือโครงสร้างขนาดใหญ่ การเลือกใช้เหล็กที่มีมาตรฐาน มอก. ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการก่อสร้างจะ แข็งแรง ปลอดภัย และใช้งานได้นาน และสามารถทนทานต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่น แผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นได้
