เหล็ก H-beam


เหล็ก H-beam

เหล็ก H-beam (เหล็กเอชบีม, เหล็กเฮชบีม)

เหล็ก H-beam เป็นเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปร้อน มีลักษณะหน้าตัดเป็นรูปตัว H ที่มีปีกกว้างเท่ากันทั้งสองด้าน เหล็ก H-beam มีคุณสมบัติในการรับแรงดึง แรงกด แรงอัด และแรงเฉือนได้ดี จึงนิยมนำมาใช้ในงานก่อสร้างที่รับน้ำหนักมาก เช่น เสา คาน โครงหลังคา เสาสะพาน โกดัง เป็นต้น

เหล็ก H-beam แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

– เหล็ก H-beam ธรรมดา (Standard H-beam) มีหน้าตัดเป็นรูปตัว H เต็มหน้าตัด
– เหล็ก H-beam โปรไฟล์ (Profiled H-beam) มีหน้าตัดเป็นรูปตัว H ที่โปรไฟล์ด้านข้าง

เหล็ก H-beam ธรรมดา นิยมนำมาใช้ในงานโครงสร้างทั่วไป เช่น เสา คาน โครงหลังคา เป็นต้น
ในขณะที่เหล็ก H-beam โปรไฟล์ นิยมนำมาใช้ในงานโครงสร้างที่ต้องมีความสวยงาม เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

เหล็ก H-beam มีหลายขนาดให้เลือกตามความต้องการใช้งาน โดยมีขนาดดังนี้
– 100*100 ยาว 6 เมตร / 9 เมตร / 12 เมตร
– 125*125 ยาว 6 เมตร / 9 เมตร / 12 เมตร
– 150*150 ยาว 6 เมตร / 9 เมตร / 12 เมตร

เป็นต้น

ขนาดของเหล็ก H-beam

ซึ่งการเลือกใช้ขนาดและความหนาที่เหมาะสมและปลอดภัยต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ออกแบบ


การใช้เหล็ก H-beam ในการก่อสร้างมีข้อดีหลายประการ ดังนี้

– แข็งแรงและทนทาน
– รับน้ำหนักได้มาก
– ขึ้นโครงง่าย ใช้งานได้ง่าย
– ช่วยประหยัดระยะเวลาทำงาน
– ควบคุมน้ำหนักตัวโครงสร้างได้ดี

ข้อจำกัดเหล็ก H-beam ก็มีเช่นกัน ดังนี้

– อาจมีราคาสูงกว่าเหล็กรูปพรรณประเภทอื่นๆ
– ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญในการขึ้นโครง

การใช้งานเหล็ก H-beam
เหล็ก H-beam นิยมใช้ในงานก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น

– โครงอาคาร อาคารสูง อาคารพาณิชย์ โรงงาน
– โครงสะพาน
– โครงหลังคา
– เสาค้ำยัน
– โครงสร้างอื่น ๆ เช่น บ้าน คาเฟ เป็นต้น

โดยรวมแล้วเหล็ก H-beam เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีประโยชน์และคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน และรับน้ำหนักมากๆ


ตัวอย่างสิ่งก่อสร้างที่สร้างด้วยเหล็ก H-beam

contact01