เหล็ก I beam

เหล็ก I-beam

เหล็กไอบีม ,เหล็ก I-beam

เหล็ก I beam เป็นเหล็กรูปพรรณรีดร้อนที่มีหน้าตัดเป็นรูปตัว I โดยความสูงของหน้าตัดจะมากกว่าความกว้าง คล้ายๆกับ ตัว I ในภาษาอังกฤษ

เหล็ก I beam มีลักษณะเด่นคือแข็งแรง ทนทาน รับแรงได้ดี น้ำหนักเบา ขึ้นรูปง่าย สะดวกต่อการก่อสร้าง นิยมใช้ในงานโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น เสา คาน โครงหลังคา สะพาน โรงงาน อาคาร เป็นต้น

เหล็ก I beam แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

1.เหล็ก I beam เหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon Steel I-beam) ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนที่มีส่วนผสมของคาร์บอน 0.15-0.25% โดยน้ำหนัก เหล็ก I beam ประเภทนี้มีคุณสมบัติทางกลที่ดี มีความแข็งแรงสูง ทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดี แต่มีราคาสูง

2.เหล็ก I beam เหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel I-beam) ผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิมที่มีส่วนผสมของโครเมียม 12-20% โดยน้ำหนัก เหล็ก I beam ประเภทนี้มีคุณสมบัติทางกลที่ดี มีความแข็งแรงสูง ทนทานต่อการกัดกร่อนสูง แต่มีราคาสูงกว่าเหล็กกล้าคาร์บอน

เหล็ก I beam มีมาตรฐานกำหนดคุณภาพและขนาดมาตรฐาน ดังนี้
เหล็ก I beam มีมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.1227-2539) ที่กำหนดขึ้นเพื่อความปลอดภัย
– มาตรฐานไทย: มอก. 1227-2539
– มาตรฐานอเมริกา: AISI-A36
– มาตรฐานยุโรป: EN 10034

การเลือกใช้เหล็ก I beam ควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำหนักบรรทุก ระยะห่างระหว่างคาน สภาพอากาศในพื้นที่ก่อสร้าง เป็นต้น

ข้อดีของการใช้เหล็ก I beam

– แข็งแรง ทนทาน รับแรงได้ดี
– น้ำหนักเบา ขึ้นรูปง่าย สะดวกต่อการก่อสร้าง
– ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง
– ทนทานต่อการกัดกร่อน
– ทนทานต่อการสึกกร่อน

ข้อเสียของการใช้เหล็ก I beam

– ราคาสูงกว่าเหล็กรูปพรรณชนิดอื่นๆ
– ต้องการช่างที่มีความชำนาญในการขึ้นโครง


ความแตกต่างระหว่างเหล็ก I beam และเหล็ก H-beam
หลายๆ คนคงสงสัยว่าเหล็ก ไอบีม กับเหล็กเฮชบีม แตกต่างกันอย่างไร เพราะมีลักษณะที่คล้ายกันมาก

เหล็ก I beam และเหล็ก H-beam มีลักษณะหน้าตัดที่คล้ายกัน แต่มีความแตกต่างกันดังนี้

คุณสมบัติ

เหล็ก I beam

เหล็ก H beam

หน้าตัด

รูปตัว I

รูปตัว H

ความสูงของหน้าตัด

มากกว่าความกว้าง

เท่ากันกับความกว้าง

ความสามารถในการรับแรง

รับแรงได้ดีในแนวนอน

รับแรงได้ดีในแนวตั้ง

การใช้งาน 

นิยมใช้ทำคาน , โครงหลังคา

นิยมใช้ทำเสา 

 


ตัวอย่างการใช้งานเหล็กไอบีม

contact01