เหล็กเส้น : เหล็กวัสดุก่อสร้างที่สำคัญในงานก่อสร้าง
เหล็กเส้น คืออะไร?
“เหล็กเส้น” เป็นเหล็กวัสดุก่อสร้างที่สำคัญ ใช้เป็นโครงสร้างเสริมในงานคอนกรีต ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันการแตกร้าว ของโครงสร้างคอนกรีต ใช้ในการเสริมคอนกรีตและเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างเช่น เสา,คาน,พื้น,ผนัง เป็นต้น

การใช้งานเหล็กเส้นเสริมแรงคอนกรีต
เหล็กเส้นสามารถใช้เสริมความแข็งแรงในงานก่อสร้างต่างๆ เช่น
1. เสา เหล็กเส้นจะถูกวางแนวตั้ง ล้อมรอบด้วยคอนกรีต ช่วยให้เสามีความแข็งแรง รับน้ำหนักได้มาก ป้องกันการแตกร้าว

2. คาน เหล็กเส้นจะถูกวางทั้งแนวตั้ง และแนวนอน ล้อมรอบด้วยคอนกรีต ช่วยให้คานมีโครงสร้างที่แข็งแรง รับน้ำหนักจากพื้น หลังคา หรือผนัง ป้องกันการแตกร้าว

3. พื้น เหล็กเส้นจะถูกวางเป็นตาราง ล้อมรอบด้วยคอนกรีต ช่วยให้พื้นมีโครงสร้างที่แข็งแรง กระจายน้ำหนักได้ดี ป้องกันการแตกร้าว

4. ผนัง เหล็กเส้นจะถูกวางเป็นแนวตั้ง หรือแนว ทแยง ล้อมรอบด้วยคอนกรีต ช่วยให้ผนังมีโครงสร้างที่แข็งแรง รับแรงจากแผ่นดินไหว หรือแรงลม ป้องกันการแตกร้าว

และการใช้งานเหล็กเส้นในงานอื่นๆ เช่นทำปลอกเสา ปลอกคาน โดเวล เหล็กจ๊อยท์ เป็นต้น
การใช้งานเหล็กเส้น ในงานอื่นๆ
– งานเสริมแรงคอนกรีต: ใช้เป็นโครงสร้างเสริมเหล็กในงานก่อสร้าง ช่วยให้คอนกรีตมีความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันการแตกร้าว
– งานพื้น: ใช้ปูพื้นก่อนเทคอนกรีต ช่วยกระจายน้ำหนัก ป้องกันรอยแตกร้าว
– งานผนัง: ใช้เป็นโครงสร้างผนัง ช่วยให้ผนังมีความแข็งแรง ทนทาน
– งานหลังคา: ใช้เป็นโครงสร้างหลังคา ช่วยรับน้ำหนัก ป้องกันการรั่วซึม
– งานกั้น: ใช้ทำเป็นรั้ว ประตู หน้าต่าง หรือฉากกั้นห้อง
– งานอื่นๆ: ใช้ทำเป็นตะแกรงกรอง ตะแกรงระบายน้ำ ตะแกรงกันนก ฯลฯ
ชนิดของเหล็กเส้น
เหล็กเส้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ ดังนี้

เหล็กเส้นกลม (Round Bars)
เป็นเหล็กเส้นกลมเรียบ ผิวเรียบ มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 6 มิลลิเมตร ถึง 34 มิลลิเมตร นิยมใช้ในงานทั่วไป เช่น เสริมเหล็กเสา, เสริมเหล็กคาน, เสริมเหล็กพื้น, เสริมเหล็กผนัง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับงานเสริมเหล็กเสริมคอนกรีต
ขนาดของเหล็กเส้นกลม
มีขนาดดังต่อไปนี้
– 6 มม.
– 8 มม.
– 9 มม.
– 10 มม.
– 12 มม.
– 15 มม.
– 19 มม.
– 22 มม.
– 25 มม.
– 28 มม.
– 34 มม.

เหล็กเส้นข้ออ้อย (Deformed Bars)
เป็นเหล็กเส้นกลมที่มีลายสันตามยาว ลักษณะของผิวเหล็กมีลักษณะคล้ายข้ออ้อย ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างเหล็กเส้นกับคอนกรีต มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 9 มิลลิเมตร ถึง 32 มิลลิเมตร นิยมใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น อาคารสูง สะพาน เขื่อน
ขนาดของเหล็กเส้นข้ออ้อย
มีขนาดดังต่อไปนี้
– 10 มม.
– 12 มม.
– 16 มม.
– 20 มม.
– 25 มม.
– 28 มม.
– 32 มม.
– 36 มม.
– 40. มม.
เหล็กเส้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดสนิม บางครั้งจึงนำเหล็กไปพ่นกัลวาไนส์กันสนิม เพื่อป้องกันการเกิดสนิม
หน้าที่หลักของเหล็กเส้น
– รับแรงดึง: คอนกรีตมีแรงอัดที่แข็งแรง แต่มีแรงดึงที่อ่อน เหล็กเส้นจึงช่วยรับแรงดึง เสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างคอนกรีต
– กระจายแรง: เหล็กเส้นช่วยกระจายแรงจากคอนกรีต ไปยังส่วนต่างๆ ของโครงสร้าง ป้องกันการแตกร้าว
– ควบคุมรูปร่าง: เหล็กเส้นช่วยควบคุมรูปร่าง และขนาด ของโครงสร้างคอนกรีต
คุณสมบัติของเหล็กเส้นและเหล็กเส้นข้ออ้อย
– ความแข็งแรง: เหล็กเส้นต้องมีความแข็งแรงสูง สามารถรับแรงดึงและแรงอัดได้ดี
– ความยืดหยุ่น: เหล็กเส้นต้องมีความยืดหยุ่นพอสมควร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอุณหภูมิ และการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง
– การยึดเกาะ: เหล็กเส้นต้องมีผิวสัมผัสที่เรียบ หรือมีลายสัน เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างเหล็กเส้นกับคอนกรีต
– ความทนทาน: เหล็กเส้นต้องทนทานต่อการกัดกร่อน เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ใช้งาน
การเลือกซื้อเหล็กเส้น
– เลือกซื้อเหล็กเส้นจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง
– ตรวจสอบสภาพของเหล็กเส้นก่อนซื้อ ไม่มีรอยฉีกขาด รอยบุบ หรือสนิม
– เลือกเหล็กเส้นที่มีขนาด ชนิด และมาตรฐาน เหมาะสมกับงานใช้งาน
การเก็บเหล็กเส้นควรเก็บเหล็กเส้น
– ในที่แห้ง ไม่ชื้อ หรือในโกดัง เพราะถ้าชื้น เหล็กเส้นอาจจะเกิดสนิมได้
– อากาศถ่ายเทสะดวก
– ห่างจากความชื้นและแสงแดด
แหล่งซื้อเหล็กเส้น
– ร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วไป
– ร้านค้าวัสดุก่อสร้างออนไลน์ เช่น www.thaimetallic.com หรือ www.thaibeststeel.com
คำแนะนำเพิ่มเติม
ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา เพื่อเลือกขนาด ชนิด และมาตรฐาน ของเหล็กเส้นที่เหมาะสมกับงานใช้งาน



