เหล็กตัวซี (C Light Lip Channel)

เหล็กตัวซี (C Light Lip Channel)

เหล็กตัวซี, เหล็กแปตัวซี

เหล็กตัวซีเป็นเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็น มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว หน้าตัดเป็นรูปตัวซี เข้ารูปขอบโค้งมน มีปีกด้านเดียวยาวเท่ากันทั้ง 2 ฝั่ง นิยมใช้เป็นโครงสร้างโครงหลังคาตามบ้านเรือน อาคารต่างๆ เพราะเหล็กตัวซีนั้นแข็งแรง น้ำหนักดี เหมาะกับการนำไปใช้งานในที่สูงๆ หรือนำมาใช้เป็นเหล็กโครงสร้างรองประเภทเสริม ค้ำยัน ช่างหลายคนไปใช้เป็นเหล็กตกแต่ง หรือเป็นเหล็กเก็บงานเพื่อความสวยงาม

เหล็กตัวซีมีความคงทน น้ำหนักเบา ขึ้นโครงง่ายเมื่อเทียบกับงานคอนกรีต ทำให้ช่วยย่นระยะเวลาทำงานได้ดี และควบคุมน้ำหนักตัวโครงสร้างได้ดียิ่งขึ้น จึงนิยมใช้ในงานโครงสร้างและการนำไปใช้งานในที่สูง ไม่ว่าจะเป็น
– โครงหลังคาตามบ้านเรือน อาคารต่างๆ
– โครงสร้างหลังคาของอาคาร เช่น โกดัง
– ใช้ทำเป็นแปหลังคา
– โครงสร้างอื่น ๆ ที่รับน้ำหนักไม่มาก เช่นที่เก็บของชั่วคราว
– ใช้ทำโครงคร่าวผนังอาคาร
– ใช้ทำโครงสร้างหลังคากันสาด หรือ หลังคาที่จอดรถ

เหล็กตัวซีมีหลายขนาดให้เลือกตามความต้องการใช้งาน โดยขนาดมาตรฐานเริ่มต้นคือ 50x30x10x1.6 (AxBxHxTxT2) มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร และความหนาที่นิยมใช้ทั่วไปในท้องตลาดคือ 1.60 มิล, 2.0มิล, 2.3มิลและ 3.2มิล ซึ่งการเลือกใช้ขนาดและความหนาที่เหมาะสมและปลอดภัย ต้องเลือกด้วยช่างที่เป็นผู้รับผิดชอบ

 

ขนาดของเหล็กตัวซี

การใช้เหล็กตัวซีในการก่อสร้างมีข้อดีหลายประการ ดังนี้
– แข็งแรงและทนทาน เหล็กตัวซีมีความแข็งแรง สามารถใช้งานได้นาน
– น้ำหนักเบา น้ำหนักเหล็กตัวซี มีน้ำหนักค่อนข้างเบา จึงขนย้ายได้ง่าย
– ขึ้นโครงง่าย
– ช่วยย่นระยะเวลาทำงาน
– ควบคุมน้ำหนักตัวโครงสร้างได้ดี
– ประหยัดค่าใช้จ่าย

ข้อเสียบางอย่างของเหล็กตัวซี

– ไม่สามารถรับน้ำหนักได้มากนัก
– ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญในการขึ้นโครง
– อาจมีสนิมได้ง่ายหากไม่ได้ทาสีหรือเคลือบผิว

โดยรวมแล้ว เหล็กตัวซีเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีประโยชน์และคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการโครงสร้างที่แข็งแรง น้ำหนักเบา และประหยัดค่าใช้จ่าย

แหล่งที่มา
https://www.thaimetallic.com/สินค้าอื่นๆ/เหล็กตัวซี/


contact01

เหล็กรางน้ำ (Channel Steel)

เหล็กรางน้ำ (Channel Steel)

เหล็กรางน้ำ,เหล็กตัวยู

หรือเหล็กตัวยู เป็นเหล็กรูปพรรณที่มีรูปทรงคล้ายตัวยู (U) โดยผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนรีดร้อนหรือเหล็กกล้าอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรงสูง

เหล็กรางน้ำใช้สำหรับงานก่อสร้าง งานโครงสร้าง เช่น ที่มีการใช้เป็นเสาหลัก เสารับแรง แผ่นพื้น แผ่นผนัง หลังคา หรือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของอาคาร

การเลือกซื้อเหล็กรางน้ำนั้นจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน และก่อนซื้อก็ควรได้รับคำปรึกษาจากวิศวกรให้ดีก่อน เพราะการใช้เหล็กรางน้ำนั้นต้องนำมารับน้ำหนักซึ่งหากซื้อผิดขนาด ผิดประเภทการใช้งาน ก็อาจจะทำให้รับน้ำหนักไม่ไหว


contact01

เหล็กฉาก (Angle Bar)

เหล็กฉาก (Angle Bar)

เหล็กฉาก คือเหล็กรูปพรรณที่มีรูปทรงแบบตัวแอล (L) ผลิตโดยเหล็กกล้าคาร์บอนรีดร้อนหรือเหล็กกล้าอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรงสูง มีขนาดตั้งแต่ 1 นิ้ว ไปจนถึง 6 นิ้ว และมีความหนาตั้งแต่ 3 มิลลิเมตร ไปจนถึง 35 มิลลิเมตร ความยาวมาตรฐานอยู่ที่ 1 เมตร 3 เมตร และ 6 เมตร

เหล็กฉากมีจุดประสงค์หลักเพื่อรองรับวัสดุสองชนิดที่มาบรรจบกันเป็นมุมฉาก เหล็กฉากสามารถรับน้ำหนักได้ดีจากด้านบนหรือด้านข้างโดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักว่าจะหักหรือรองรับไหวหรือไม่ แม้ว่าไม้หรือโลหะที่เชื่อมต่อมีน้ำหนักมาก เหล็กฉากก็แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักได้

เหล็กฉากมีการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในอุตสาหกรรมและงานช่างทั่วไป เช่น

– ใช้ในการก่อสร้างอาคาร โรงงานอุตสาหกรรม โกดัง เป็นต้น
– ใช้ในการประกอบโครงหลังคา เสารั้ว ราวกันตก เป็นต้น
– ใช้ในการประกอบเฟอร์นิเจอร์ เช่น ชั้นวางของ โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น


ขนาดของเหล็กฉาก
เหล็กฉากมีให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ 1-6 นิ้ว และมีความหนาตั้งแต่ 3 มิลลิเมตร ไปจนถึง 35 มิลลิเมตร ความยาวมาตรฐานอยู่ที่ 1 เมตร 3 เมตร และ 6 เมตร

ขนาดของเหล็กฉากจะกำหนดโดยขนาดของขาฉากทั้งสองข้าง โดยวัดจากขอบด้านนอกถึงขอบด้านนอก ตัวอย่างเช่น เหล็กฉาก 2×2 นิ้ว จะมีขาฉากทั้งสองข้างขนาด 2 นิ้ว

ขนาดของเหล็กฉากที่นิยมใช้งานกันทั่วไป มีดังนี้

เหล็กฉาก 2×2 นิ้ว
เหล็กฉาก 2×3 นิ้ว
เหล็กฉาก 3×3 นิ้ว
เหล็กฉาก 4×4 นิ้ว
เหล็กฉาก 5×5 นิ้ว

สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมหรืองานที่ต้องการรับน้ำหนักมาก อาจใช้เหล็กฉากที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น เหล็กฉาก 6×6 นิ้ว หรือเหล็กฉาก 8×8 นิ้ว เป็นต้น


การเลือกขนาดของเหล็กฉากให้เหมาะสมกับการใช้งานนั้น ควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

  • น้ำหนักที่รับ: ยิ่งน้ำหนักที่รับมาก ยิ่งต้องใช้เหล็กฉากที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
  • ระยะห่างระหว่างเสา: ยิ่งระยะห่างระหว่างเสามาก ยิ่งต้องใช้เหล็กฉากที่มีความหนามากขึ้น
  • ความสูงของโครงสร้าง: ยิ่งความสูงของโครงสร้างมาก ยิ่งต้องใช้เหล็กฉากที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

โดยปกติแล้ว เหล็กฉาก ที่มีขนาดเล็กจะมีความยืดหยุ่นมากกว่าเหล็กฉากที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้น เหล็กฉากขนาดเล็กจึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการรับน้ำหนักเบา เช่น งานเฟอร์นิเจอร์ หรืองานช่างทั่วไป ส่วนเหล็กฉากขนาดใหญ่จะมีความแข็งแรงมากกว่าเหล็กฉากขนาดเล็ก ดังนั้น เหล็กฉากขนาดใหญ่จึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการรับน้ำหนักมาก เช่น งานก่อสร้าง หรืองานอุตสาหกรรม


การเลือกซื้อเหล็กฉาก

การเลือกซื้อเหล็กฉากนั้นจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน และก่อนซื้อก็ควรได้รับคำปรึกษาจากวิศวกรให้ดีก่อน เพราะการใช้เหล็กฉากนั้นต้องนำมารับน้ำหนักซึ่งหากซื้อผิดขนาด ผิดประเภทการใช้งาน ก็อาจจะทำให้รับน้ำหนักไม่ไหว

ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อเหล็กฉาก มีดังนี้

  • ขนาดและน้ำหนัก: เหล็กฉากมีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 1-6 นิ้ว และมีความหนาตั้งแต่ 3 มิลลิเมตร ไปจนถึง 35 มิลลิเมตร โดยขนาดและน้ำหนักของเหล็กฉากจะสัมพันธ์กับความสามารถในการรับน้ำหนัก ยิ่งขนาดและน้ำหนักมาก ความสามารถในการรับน้ำหนักก็จะมากขึ้น
  • ชนิดของเหล็ก: เหล็กฉากส่วนใหญ่ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนรีดร้อนหรือเหล็กกล้าอัลลอยด์ เหล็กกล้าคาร์บอนรีดร้อนมีความแข็งแรงและทนทานสูง เหมาะสำหรับงานก่อสร้างและอุตสาหกรรม ส่วนเหล็กกล้าอัลลอยด์มีความแข็งแรงและทนทานต่อการกัดกร่อนสูง เหมาะสำหรับงานที่ต้องสัมผัสกับสารเคมี
  • มาตรฐาน: เหล็กฉากควรเลือกซื้อเหล็กที่มีมาตรฐานรับรองคุณภาพ เช่น มอก. 1227-2539 ซึ่งจะกำหนดมาตรฐานในด้านคุณภาพของวัสดุ ความแข็งแรง ความทนทาน และการรับน้ำหนัก
  • ราคา: ราคาของเหล็กฉากจะแตกต่างกันไปตามขนาด น้ำหนัก ชนิดของเหล็ก และมาตรฐานของเหล็ก

โดยสรุป การเลือกซื้อเหล็กฉากควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อให้ได้เหล็กฉากที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับการใช้งาน


contact01

เหล็กท่อกลมดำ

เหล็กท่อกลมดำ

เหล็กท่อกลมดำ เป็นเหล็กที่มีรูปทรงกลมแบบกลวง มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรง ทนทาน สามารถรับแรงดันได้ดี สะดวกในการเชื่อมต่อ และใช้สำหรับงานก่อสร้าง เช่นงานโครงสร้าง, ทำท่อน้ำเสีย, ท่อประปา, ท่อชลประทาน,ท่อระบายน้ำเสีย และงานตกแต่งต่างๆ งานเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

เหล็กท่อกลมดำถือเป็นหนึ่งในเหล็กรูปพรรณ (Structural Steel) ผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูงผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ตามมาตรฐานมอก. 107-2533

ชื่อเรียกอื่นๆ ของ “เหล็กท่อดำ“

เหล็กท่อกลมดำมีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น
• ท่อแป๊บดำ เป็นชื่อเรียกที่ใช้ในวงการผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กรูปพรรณ
• เหล็กหลอด เป็นชื่อเรียกที่ใช้ในวงการผู้ใช้งานเหล็กรูปพรรณ
• แป๊ปกลม เป็นชื่อเรียกที่ใช้ในวงการผู้ใช้งานเหล็กรูปพรรณ
• ท่อดำ เป็นชื่อเรียกที่ใช้ในวงการผู้ใช้งานเหล็กรูปพรรณ
• ท่อแป๊บดำ

เป็นต้น

ท่อแป๊บดำ, เหล็กหลอด ,แป๊ปกลม ,ท่อดำ , ท่อแป๊บดำ


เหล็กท่อกลมดำมีขนาดและความหนาของท่อหลายชนิด เช่น
– ขนาด 1/2 นิ้ว หนา 1.20 มม.
– ขนาด 3/4 นิ้ว หนา 1.40 มม.
– ขนาด 1 1/4 นิ้ว หนา 2.50 มม.

เป็นต้น

ขนาดเหล็กท่อดำ


การใช้งานเหล็กท่อกลมดำ

เหล็กท่อกลมดำใช้ทำอะไร ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่ผู้ใช้นำไปใช้ เช่นใช้สำหรับงานก่อสร้าง , งานเฟอร์นิเจอร์ หรืองานอื่นๆ เป็นต้น

• เหล็กท่อกลมดำ ใช้สำหรับงานก่อสร้าง งานโครงสร้าง เช่น ที่มีการใช้เป็นเสาหลัก เสารับแรง แผ่นพื้น แผ่นผนัง หลังคา หรือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของอาคาร เหล็กท่อกลมดำ เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรับแรงดันได้ดี และสะดวกในการเชื่อมต่อ

• เหล็กท่อกลมดำ ใช้สำหรับท่อลำเลียง ท่อประปา ท่อชลประทาน ท่อน้พเสีย
เหล็กท่อกลมดำมีข้อเสีย เช่น อาจจะเกิดสนิมได้ การใช้งานมีอายุจำกัด แต่ก็สามารถใช้งานได้ค่อนข้างนาน แต่ระยะยาวอาจจะมีการเกิดตะกรันเกาะ ภายในท่อได้

• เหล็กท่อกลมดำ ใช้สำหรับงานตกแต่งต่างๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ในบ้าน เช่นทำขาโต๊ะ ทำขาชั้นวางของ หรือแล้วแต่การใช้งาน
เหล็กท่อกลมดำ เป็นวัสดุที่มีความสวยงาม แบบเรียบหรู สามารถผสมผสานได้กับวัสดุอื่นๆ เช่น ไม้ เป็นต้น

 


contact01

เหล็กกล่อง (Steel Tube)

เหล็กกล่อง (Steel Tube)

เหล็กกล่อง มีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น เหล็กกล่อง, แป๊ปเหลี่ยม, แป๊บแบน ,เหล็กกล่องแบน,เหล็กแป๊บเหลี่ยม,เหล็กแป๊บ เป็นต้น

เหล็กกล่อง คือ เหล็กรูปพรรณที่มีลักษณะเป็นท่อสี่เหลี่ยม มีลักษณะเป็นท่อนยาวประมาณ 6 เมตร เหล็กกล่องใช้งานมากในการก่อสร้าง ใช้เป็นเหล็กโครงสร้าง ใช้ทำเป็นเสา หรือโครงสร้างหลังคา เช่น งานแปหลังคา งานเสา งานสะพาน
และใช้งานในการทำเฟอร์นิเจอร์ เช่น ชั้นวางของ, โต๊ะ, ตู้, เก้าอี้ เป็นต้น


ประเภทของเหล็กกล่อง

เหล็กกล่องมีสองแบบคือ
1.เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมจตุรัส (Square Steel Tube)
2.เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า (Rectangular Steel Tube)

– เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดความกว้างของหน้าตัดหล็ก เท่ากันกับความยาวของหน้าตัดเหล็ก เป็นเหล็กที่มีขนาดเบา แต่แข็งแรง มีความยาว 6 เมตรต่อเส้น

การใช้งานเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส นิยมนำไปใช้ในงานก่อสร้างทั่วไปเพื่อแทนการใช้ไม้ หรือการทำงานโครงสร้างที่มีน้ำหนักไม่มากจนเกินไป เช่น งานนั่งร้าน งานแปหลังคา เป็นต้น

ขนาดของเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมจตุรัส

• เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส (Square Steel Tube) เริ่มต้นที่ขนาด 12×12 มิลลิเมตร ตามมาตรฐาน JIS G3466 และ เริ่มต้นที่ขนาด 12×12 มิลลิเมตร มาตรฐานมอก. 107-2561 ความยาวทุกเส้นจะต้องยาวตามมาตรฐาน 6 เมตร มีความหนาเริ่มต้นที่ 1.6 มม.

ขนาดเหล็กกล่อง

ขนาดเหล็กกล่อง


– เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นเหล็กกล่องความก้างหน้าตัดเหล็กย้อยกว่าด้านยาวของหน้าตัด หรือเป็นรูปที่เหลี่ยมจตุรัส
ที่หน้าตัดเป็นเหล็กรูปพรรณที่มีข้างในว่าง และข้างภายนอกเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาว 6 เมตรต่อเส้น

การใช้งานเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า เหมาะสำหรับงานทั่วไปขนาดเล็ก และขนาดกลาง เช่น ที่พักอาศัย และอาคารพาณิชย์ โรงจอดรถ โรงเก็บของขนาดเล็ก เป็นต้น


ขนาดของเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า

• เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า (Rectangular Steel Tube) เริ่มต้นที่ขนาด 20×40 มิลลิเมตร ตามมาตรฐาน JIS G3466 และ เริ่มต้นที่ขนาด 50×100 มิลลิเมตร มาตรฐานมอก. 107-2561 ความยาวทุกเส้นจะต้องยาวตามมาตรฐาน 6 เมตร มีความหนาเริ่มต้นที่ 1.6 มม.


contact01

 

 

 

เหล็ก I beam

เหล็ก I-beam

เหล็กไอบีม ,เหล็ก I-beam

เหล็ก I beam เป็นเหล็กรูปพรรณรีดร้อนที่มีหน้าตัดเป็นรูปตัว I โดยความสูงของหน้าตัดจะมากกว่าความกว้าง คล้ายๆกับ ตัว I ในภาษาอังกฤษ

เหล็ก I beam มีลักษณะเด่นคือแข็งแรง ทนทาน รับแรงได้ดี น้ำหนักเบา ขึ้นรูปง่าย สะดวกต่อการก่อสร้าง นิยมใช้ในงานโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น เสา คาน โครงหลังคา สะพาน โรงงาน อาคาร เป็นต้น

เหล็ก I beam แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

1.เหล็ก I beam เหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon Steel I-beam) ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนที่มีส่วนผสมของคาร์บอน 0.15-0.25% โดยน้ำหนัก เหล็ก I beam ประเภทนี้มีคุณสมบัติทางกลที่ดี มีความแข็งแรงสูง ทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดี แต่มีราคาสูง

2.เหล็ก I beam เหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless Steel I-beam) ผลิตจากเหล็กกล้าไร้สนิมที่มีส่วนผสมของโครเมียม 12-20% โดยน้ำหนัก เหล็ก I beam ประเภทนี้มีคุณสมบัติทางกลที่ดี มีความแข็งแรงสูง ทนทานต่อการกัดกร่อนสูง แต่มีราคาสูงกว่าเหล็กกล้าคาร์บอน

เหล็ก I beam มีมาตรฐานกำหนดคุณภาพและขนาดมาตรฐาน ดังนี้
เหล็ก I beam มีมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.1227-2539) ที่กำหนดขึ้นเพื่อความปลอดภัย
– มาตรฐานไทย: มอก. 1227-2539
– มาตรฐานอเมริกา: AISI-A36
– มาตรฐานยุโรป: EN 10034

การเลือกใช้เหล็ก I beam ควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำหนักบรรทุก ระยะห่างระหว่างคาน สภาพอากาศในพื้นที่ก่อสร้าง เป็นต้น

ข้อดีของการใช้เหล็ก I beam

– แข็งแรง ทนทาน รับแรงได้ดี
– น้ำหนักเบา ขึ้นรูปง่าย สะดวกต่อการก่อสร้าง
– ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง
– ทนทานต่อการกัดกร่อน
– ทนทานต่อการสึกกร่อน

ข้อเสียของการใช้เหล็ก I beam

– ราคาสูงกว่าเหล็กรูปพรรณชนิดอื่นๆ
– ต้องการช่างที่มีความชำนาญในการขึ้นโครง


ความแตกต่างระหว่างเหล็ก I beam และเหล็ก H-beam
หลายๆ คนคงสงสัยว่าเหล็ก ไอบีม กับเหล็กเฮชบีม แตกต่างกันอย่างไร เพราะมีลักษณะที่คล้ายกันมาก

เหล็ก I beam และเหล็ก H-beam มีลักษณะหน้าตัดที่คล้ายกัน แต่มีความแตกต่างกันดังนี้

คุณสมบัติ

เหล็ก I beam

เหล็ก H beam

หน้าตัด

รูปตัว I

รูปตัว H

ความสูงของหน้าตัด

มากกว่าความกว้าง

เท่ากันกับความกว้าง

ความสามารถในการรับแรง

รับแรงได้ดีในแนวนอน

รับแรงได้ดีในแนวตั้ง

การใช้งาน 

นิยมใช้ทำคาน , โครงหลังคา

นิยมใช้ทำเสา 

 


ตัวอย่างการใช้งานเหล็กไอบีม

contact01

เหล็ก H-beam

เหล็ก H-beam

เหล็ก H-beam (เหล็กเอชบีม, เหล็กเฮชบีม)

เหล็ก H-beam เป็นเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปร้อน มีลักษณะหน้าตัดเป็นรูปตัว H ที่มีปีกกว้างเท่ากันทั้งสองด้าน เหล็ก H-beam มีคุณสมบัติในการรับแรงดึง แรงกด แรงอัด และแรงเฉือนได้ดี จึงนิยมนำมาใช้ในงานก่อสร้างที่รับน้ำหนักมาก เช่น เสา คาน โครงหลังคา เสาสะพาน โกดัง เป็นต้น

เหล็ก H-beam แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ

– เหล็ก H-beam ธรรมดา (Standard H-beam) มีหน้าตัดเป็นรูปตัว H เต็มหน้าตัด
– เหล็ก H-beam โปรไฟล์ (Profiled H-beam) มีหน้าตัดเป็นรูปตัว H ที่โปรไฟล์ด้านข้าง

เหล็ก H-beam ธรรมดา นิยมนำมาใช้ในงานโครงสร้างทั่วไป เช่น เสา คาน โครงหลังคา เป็นต้น
ในขณะที่เหล็ก H-beam โปรไฟล์ นิยมนำมาใช้ในงานโครงสร้างที่ต้องมีความสวยงาม เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

เหล็ก H-beam มีหลายขนาดให้เลือกตามความต้องการใช้งาน โดยมีขนาดดังนี้
– 100*100 ยาว 6 เมตร / 9 เมตร / 12 เมตร
– 125*125 ยาว 6 เมตร / 9 เมตร / 12 เมตร
– 150*150 ยาว 6 เมตร / 9 เมตร / 12 เมตร

เป็นต้น

ขนาดของเหล็ก H-beam

ซึ่งการเลือกใช้ขนาดและความหนาที่เหมาะสมและปลอดภัยต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ออกแบบ


การใช้เหล็ก H-beam ในการก่อสร้างมีข้อดีหลายประการ ดังนี้

– แข็งแรงและทนทาน
– รับน้ำหนักได้มาก
– ขึ้นโครงง่าย ใช้งานได้ง่าย
– ช่วยประหยัดระยะเวลาทำงาน
– ควบคุมน้ำหนักตัวโครงสร้างได้ดี

ข้อจำกัดเหล็ก H-beam ก็มีเช่นกัน ดังนี้

– อาจมีราคาสูงกว่าเหล็กรูปพรรณประเภทอื่นๆ
– ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญในการขึ้นโครง

การใช้งานเหล็ก H-beam
เหล็ก H-beam นิยมใช้ในงานก่อสร้างขนาดใหญ่ เช่น

– โครงอาคาร อาคารสูง อาคารพาณิชย์ โรงงาน
– โครงสะพาน
– โครงหลังคา
– เสาค้ำยัน
– โครงสร้างอื่น ๆ เช่น บ้าน คาเฟ เป็นต้น

โดยรวมแล้วเหล็ก H-beam เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีประโยชน์และคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน และรับน้ำหนักมากๆ


ตัวอย่างสิ่งก่อสร้างที่สร้างด้วยเหล็ก H-beam

contact01

3 อันดับเหล็กที่ใช้งานบ่อยที่สุดในการก่อสร้าง

3 อันดับเหล็กที่ใช้งานบ่อยที่สุดในการก่อสร้าง

เหล็ก จัดเป็นวัสดุก่อสร้างที่ใช้งานมากที่สุด ในการก่อสร้างสิ่งต่างๆ อย่างที่เรารู้กันมาแล้วว่า เหล็กคือวัสดุที่แข็งแรง จึงถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างในส่วนต่างๆ ตั้งแต่เป็นฐานราก จนถึงส่วนหลังคา หรือวัสดุตกแต่ง บิวดิ์อินต่างๆ ก็ใช้เหล็กเป็นส่วนประกอบเกือบทั้งหมด วันนี้เรามาดูกันว่าเหล็กตัวไหนใช้งานบ่อยที่สุดในการก่อสร้างกันบ้าง

“เหล็กเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเกือบทุกส่วน”

ประเภทเหล็กที่ใช้งานบ่อยที่สุดในการก่อสร้าง เหล็กที่ใช้งานบ่อยที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นเหล็กประเภทโครงสร้าง เช่น เหล็กเส้นกลม ,เหล็กเส้นข้ออ้อย

เหล็กเส้นกลม
เหล็กเส้นกลม

1.เหล็กเส้นกลม (Round Bar)

เหล็กเส้นกลมคือเหล็กที่ใช้งานมากที่สุด บ่อยที่สุดในงานก่อสร้าง โดยเฉพาะในงานเสริมคอนกรีต เหล็กเส้นกลมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 6 มม. ถึง 34 มม. และมีความยาวมาตรฐาน 10 เมตร และ 12 เมตร

เหล็กเส้น กลมใช้ในการผูกเป็นเหล็กปลอกเสา เหล็กปลอกคาน หรือ ทำโครงเสา คาน และตัวฐานราก ฟุตติ้ง เป็นต้น


เหล็กเส้นข้ออ้อย , เหล็กข้ออ้อย
เหล็กเส้นข้ออ้อย , เหล็กข้ออ้อย

2.เหล็กเส้นข้ออ้อย (Deformed Bar)
เหล็กเส้นข้ออ้อย ก็เป็นเหล็กเส้นอีกชนิดหนึ่ง ที่ใช้งานมากในการก่อสร้าง ทั้งใช้ทำฐานราก ผูกเป็นโครงเสา คาน ข้อดีของเหล็กข้ออ้อยคือ การยึดเกาะของคอนกรีตได้ดี เพราะมีผิวเหล็กที่เป็นปล้องคล้าย ปล้องของอ้อย ทำให้คอนกรีตยึดเกาะกับผิวเหล็กได้ดี นอกจากนี้ยังมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นกว่าเหล็กเส้นกลม


3.เหล็กตัวซี (C Light Lip Channel)
เหล็กตัวซีเป็นเหล็กอีกชนิดหนึ่งที่ใช้งานมากในการการก่อสร้าง เหล็กตัวซีคือ เหล็กโครงสร้างที่มีหน้าตัดเป็นรูปตัวซี ซึ่งมีประโยชน์ในการเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น งานโครงหลังคา เสาค้ำยัน และโครงสร้างที่อยู่อาศัยที่รับน้ำหนักไม่มากนัก

เหล็กตัวซี มีความคงทน น้ำหนักเบา ขึ้นโครงง่ายเมื่อเทียบกับงานคอนกรีต ทำให้ช่วยย่นระยะเวลาทำงานได้ดี และควบคุมน้ำหนักตัวโครงสร้างได้ดียิ่งขึ้น

การใช้งานเหล็กตัวซี

นิยมใช้งานในส่วนของโครงสร้างหลังคา เพราะน้ำหนักเบาและทนทาน การใช้งานเหล็กตัวซีไม่ว่าจะเป็น โครงหลังคาตามบ้านเรือน โครงหลังอาคารต่างๆ โครงสร้างหลังคาของอาคารโรงงาน โกดัง ที่อยู่อาศัย เป็นต้น


contact01

เหล็กเส้นกลม (Round Bars RB)

เหล็กเส้นกลม (Round Bars RB)

เหล็กเส้นกลม คือ เหล็กเส้นที่มีลักษณะผิวเรียบและมีหน้าตัดเป็นรูปวงกลม ผิวมัน บางครั้งเคลือบซิงค์หรือกัลวาไนซ์เพื่อป้องกันสนิม

เหล็กเส้นกลม ใช้ในงานก่อสร้าง ทำเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ผูกทำโครงเสา โครงคาน เพิ่มความแข็งแรงให้กับคอนกรีต เช่น คาน เสา สะพาน เขื่อน บ้าน อาคาร และงานก่อสร้างที่มีแรงอัดมากๆ หรือรับน้ำหนักมากๆ

เหล็กเส้นกลมมีชั้นคุณภาพ SR24 ซึ่งหมายถึงกำลังรับแรงดึงที่จุดครากไม่น้อยกว่า 2400 ksc. (กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร)

เหล็กเส้นกลม
เหล็กเส้นกลม

เหล็กเส้นกลม

ขนาดของเหล็กเส้นกลม

เหล็กเส้นกลมมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 6 มม. ถึง 34 มม. และความยาวมาตรฐานคือ 10 ม. และ 12 ม.

– เหล็กเส้นกลม 2 หุน / เหล็กเส้นกลม SR24 RB6
– เหล็กเส้นกลม 3 หุน / เหล็กเส้นกลม SR24 RB9
– เหล็กเส้นกลม 4 หุน / เหล็กเส้นกลม SR24 RB12
– เหล็กเส้นกลม 5 หุน / เหล็กเส้นกลม SR24 RB15
– เหล็กเส้นกลม 6 หุน / เหล็กเส้นกลม SR24 RB19
– เหล็กเส้นกลม 1 นิ้ว / เหล็กเส้นกลม SR24 RB25

 

ขนาดเหล็กเส้นกลม

ชื่อเรียก

ขนาด (หุน)

ขนาด (มม.)

น้ำหนัก (กิโลกรัม)

1 เมตร

10 เมตร

12 เมตร

RB6

2 หุน

6

0.222

2.22

-

RB9

3 หุน

9

0.499

4.99

-

RB12

4 หุน

12

0.888

8.88

10.656

RB15

5 หุน

15

1.387

13.87

16.644

RB19

6 หุน

19

2.226

22.26

26.712

RB25

1 นิ้ว

25

3.853

38.53

46.236



การใช้งานเหล็กเส้นกลม

เหล็กเส้นกลมใช้งานในหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะและความต้องการของงานก่อสร้าง

• ใช้ทำปลอกเสา เป็นการใช้เหล็กเส้นกลม โดยใช้ทำเป็นปลอกโครงสร้างในการทำเสา เพิ่มความแข็งแรงให้กับเสา
• ใช้ทำปลอกคาน เหล็กเส้นกลม ใช้นำไปดัดเป็นปลอกคาน เพื่อใช้เป็นโครงสร้างของคาน ก่อนเทคอนกรีต เพิ่มความแข็งแรงให้กับคาน ทำให้คานไม่แตกร้าว และยึดเกาะกับคอนกรีตได้ดี

• ใช้ทำตะแกรงไวร์เมช เหล็กเส้นกลมใช้นำไปเชื่อมเป็นตะแกรงไวร์เมชเพื่อใช้เป็นเหล็กเสริมแรง ในการเทพื้น เช่น พื้นโกดัง พื้นถนน พื้นที่จอดรถ พื้นโรงงาน ลานกีฬา เป็นต้น

• ใช้ทำตะแกรง เหล็กเส้นใช้ทำเป็นตะแกรงเหล็กเพื่อใช้งานต่างๆ เช่น ใช้ผิดฝาท่อ, ปิดท่อระบายน้ำ, ทำรั้ว , ปิดช่องต่างๆ


contact01

เหล็กเส้นข้ออ้อย (Deformed Steel Bars)

เหล็กเส้นข้ออ้อย (Deformed Steel Bars)

เหล็กเส้นข้ออ้อย คือเหล็กเส้นที่มีลักษณะผิวเหล็กเป็นข้ออ้อย เป็นปล้องคล้ายกับข้ออ้อย จึงถูกเรียกว่า “เหล็กข้ออ้อย” เหล็กข้ออ้อย สามารถดัดงอได้ตามรูปทรงที่ต้องการ เหล็กเส้นข้ออ้อย มีคุณสมบัติที่ยืดหยุ่น และมีความแข็งแรง

เหล็กเส้นข้ออ้อยถูกใช้ในงานก่อสร้าง ใช้เป็นเหล็กเสริมแรง ใช้เป็นโครงเสา โครงคาน เพิ่มการรับแรงของคอนกรีตและช่วยให้คอนกรีตยึดเกาะได้ดี ใช้ผูกเพื่อทำเสา คาน หรือผนังได้

เหล็กเส้นปล้องอ้อย เป็นชนิดของเหล็กเส้นที่มีลักษณะผิวเป็นปล้องๆ คล้ายๆ ข้ออ้อย ซึ่งมีประโยชน์ในการเพิ่มความแข็งแรงของคอนกรีต เหล็กเส้นปล้องอ้อยมีชั้นคุณภาพต่างๆ เช่น SD30, SD40, SD50 และ SD60 ซึ่งหมายถึงกำลังจุดคลากของเหล็ก

เหล็กข้ออ้อย
เหล็กข้ออ้อย

ขนาดของเหล็กข้ออ้อย

– ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กมีตั้งแต่ 10 มม. ถึง 32 มม.
– ความยาวมาตรฐานคือ 10 เมตร. และ 12 เมตร.

เหล็กเส้นข้ออ้อย
– เหล็กข้ออ้อย 3 หุน / เหล็กข้ออ้อย SD40 DB10
– เหล็กข้ออ้อย 4 หุน / เหล็กข้ออ้อย SD40 DB12
– เหล็กข้ออ้อย 5 หุน / เหล็กข้ออ้อย SD40 DB16
– เหล็กข้ออ้อย 6 หุน / เหล็กข้ออ้อย SD40 DB20
– เหล็กข้ออ้อย 1 นิ้ว / เหล็กข้ออ้อย SD40 DB25
– เหล็กข้ออ้อย 28 มม / เหล็กข้ออ้อย SD40 DB28
– เหล็กข้ออ้อย 32 มม / เหล็กข้ออ้อย SD40 DB32

ขนาดของเหล็กข้ออ้อย

ชื่อเรียก


ขนาด (หุน)


ขนาด (มม.)


น้ำหนัก (kg.)


1 เมตร


10 เมตร


12 เมตร


เหล็ก DB10

3 หุน

10

0.617

6.16

7.404

เหล็ก DB12

4 หุน

12

0.888

8.88

10.656

เหล็ก DB16

5 หุน

16

1.578

15.78

18.936

เหล็ก DB20

6 หุน

20

2.466

24.66

29.592

เหล็ก DB25

1 นิ้ว

25

3.853

38.53

46.236

เหล็ก DB25

1.10 นิ้ว

28

4.834

48.34

58.008

เหล็ก DB32

1.18 นิ้ว

32

6.313

63.13

753756


การใช้งานเหล็กเส้นข้ออ้อย
การใช้งานเหล็กเส้นข้ออ้อย

การใช้งานเหล็กข้ออ้อย

  • การผูกเหล็กเพื่อทำโครงสร้างของสิ่งก่อสร้าง เช่น เสา คาน ผนัง ของตึก หรือเสาบ้าน ตึก คอนโดเป็นต้น
  • การผลิตตะแกรง เช่น ตะแกรงไวร์เมช ตะแกรงต่างๆ เป็นต้น
  • ใช้ทำเครื่องจักร: เหล็กข้ออ้อยอาจถูกใช้ในการประกอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องมีความแข็งแรงและความทนทานต่อการกดแรงและแรงเสียดทาน

ราคาของเหล็กข้ออ้อย
ราคาเหล็กเส้นปล้องอ้อย หรือเหล็กข้ออ้อย ขึ้นอยู่กับประเภทของเหล็ก, ขนาด, ผู้ผลิต, แหล่งจำหน่าย, และปัจจัยต่างๆ

ประเภทเหล็กเส้น

ชื่อเรียกทั่วไป

ขนาด (มม.)

ความยาว (เมตร)

ราคาต่อเส้น

เหล็กเส้นกลม SR24 RB6

เหล็กเส้นกลม  2 หุน

RB6

10

50.00

เหล็กเส้นกลม SR24 RB9

เหล็กเส้นกลม  3 หุน

RB9

10

100.00

เหล็กเส้นกลม SR24 RB12

เหล็กเส้นกลม  4 หุน

RB12

10

แอดไลน์

เหล็กเส้นกลม SR24 RB15

เหล็กเส้นกลม  5 หุน

RB15

10

แอดไลน์

เหล็กเส้นกลม SR24 RB19

เหล็กเส้นกลม  6 หุน

RB19

10

แอดไลน์

เหล็กเส้นกลม SR24 RB25

เหล็กเส้นกลม 1 นิ้ว

RB25

10

แอดไลน์

เหล็กข้ออ้อย SD40 DB10

เหล็กข้ออ้อย 3 หุน

DB10

10

แอดไลน์

เหล็กข้ออ้อย SD40 DB12

เหล็กข้ออ้อย 4 หุน

DB12

10

180.00

เหล็กข้ออ้อย SD40 DB16

เหล็กข้ออ้อย 5 หุน

DB16

10

300.00

เหล็กข้ออ้อย SD40 DB20

เหล็กข้ออ้อย 6 หุน

DB20

10

490.00

เหล็กข้ออ้อย SD40 DB25

เหล็กข้ออ้อย 1 นิ้ว

DB25

10

750.00

เหล็กข้ออ้อย SD40 DB28

เหล็กข้ออ้อย  28 มม

DB28

10

แอดไลน์

เหล็กข้ออ้อย SD40 DB32

เหล็กข้ออ้อย  32 มม

DB32

10

แอดไลน์


contact01